องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ

bangphrachonsao.chonburi
info@bangphrachon-sao.go.th
 
ระบบบริหารจัดการ เว็บไซต์โรงเรียน

ประวัติตำบลบางพระ

เดิมตำบลบางพระมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพรปกคลุมหนาแน่น ไม่มีแม่น้ำลำคลอง  มีแต่ลำห้วยสายยาว ต้นน้ำเกิดจากเขาเขียวในหมู่ที่ ๕ และ ๗ ไหลคดเคี้ยวลงมาออกสู่ทะเลที่ท้ายบ้านหมู่ที่ ๑ ของบางพระ ประชาชนอาศัยเป็นชุมชนเล็กตามริมห้วย อาศัยน้ำในลำห้วยสำหรับอุปโภค บริโภคตลอดมา ปัจจุบันประชาชนอาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำชลประทาน ซึ่งสร้างขึ้นภายหลัง ส่วนลำห้วยตอนล่างได้มีโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังขนาดใหญ่มาตั้งแล้วปล่อยน้ำเสียลงลำห้วย    กลายเป็นห้วยน้ำเหม็นใช้การไม่ได้ แม้ภายหลังบริษัทจะทำที่กักเก็บน้ำเสียแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากหมักหมมมาเป็นเวลาหลายปี จึงไม่สามารถแก้ไขให้น้ำดีได้ ห้วยนี้มีชื่อเรียกกันหลายชื่อเป็นตอนๆ ลงมา ตอนล่างเรียกว่า "ห้วยสุครีพ"

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ตำบลบางพระ เคยมีฐานะเป็นเมือง "เมืองบางพระ" ที่ทำการตั้งอยู่ที่เนินกว้างเชิงสะพานข้ามห้วย ซึ่งถนนสุขุมวิทตัดผ่านเดิมเป็นสะพานโค้งเรียกว่า "สะพานโค้งบางพระ"    แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นสะพานเรียบเสมอถนนสุขุมวิท ซึ่งถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็นว่ามีสะพาน มีที่คุมขัง นักโทษตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าในเขตหมู่ที่ ๓ ริมทะเล ซึ่งชาวจีนใช้เป็นที่จัดงานวันประเพณีทิ้งกระจาดมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งถึงต้นรัชกาลที่ ๕ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๗  ทางราชการได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบางพระมาตั้งอยู่ที่ตำบลศรีราชา ส่วนที่เปลี่ยนชื่อ "อำเภอบางพระ" มาเป็น "อำเภอศรีราชา" นั้นได้เปลี่ยนเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๐ ส่วนอำเภอบางพระ ได้กลายเป็นตำบลบางพระ มาจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนร่องรอยของที่ทำการเมืองหรือที่ว่าการอำเภอบางพระ และที่คุมขังนักโทษไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

ป่าดงพงไพรที่เคยหนาทึบได้ถูกชาวบ้านจับจองครอบครองแผ้วผางสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และประกอบอาชีพทางการเกษตรจนไม่มีเหลือหลอ ขณะนี้มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ไร่อ้อย ไร่มัน ไร่สัปปะรด และพืชเกษตรอื่นๆ  เต็มไปหมด สัตว์ป่าใหญ่ๆ นานาชนิดก็หมดไป คงเหลือให้เห็นบ้าง เช่น  กระต่าย พังพอนและอื่นๆ นานๆ ครั้งเท่านั้น 

นอกจากบางพระ จะเคยเป็นที่ตั้งเมืองและอำเภอมาก่อนแล้ว บางพระ ยังเคยเป็นที่ตั้งกองทัพทหารเรือมาก่อนสัตหีบ มีประวัติบันทึกว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕  พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ทรงจัดตั้งกรมทหารเรืออย่างถาวรขึ้นที่บางพระ โดยรวมบุตร  หมู่ทหารชลบุรีบางพระ เข้าเป็นพวกเดียวกัน ต่อมายังรวมบุตรหมู่ทหารจากระยองไปจนถึงตราด มาไว้ที่กรมทหารเรือบางพระด้วย การจัดทหารเรือชายทะเลครั้งนั้น พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ได้ทรงจัดตั้งกรมทหารราบ ทหารปืนใหญ่ รวมตั้งกองเสบียงพาหนะขึ้นหลายกอง ทรงถอนทหารจำนวนมากจากกรุงเทพฯ ให้ไปประจำกองทหารต่างๆ ที่บางพระ พระองค์ได้ทรงจัดวางระเบียบแบบแผนของทหาร ตลอดจนการเลี้ยงดูเกือบจะนับได้ว่าสมบูรณ์แบบ การฝึกหัดและตั้งเป็นรูปขึ้นมาเฉพาะที่บางพระ แห่งเดียวเท่านั้น ต่อมาเมื่อพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เสด็จกลับกรุงเทพฯ กองทหาร ที่บางพระ ก็เสื่อมลงโดยลำดับ ทั้งยังไปก่อเรื่องเดือดร้อนเป็นที่หวาดหวั่นแก่ประชาชนโดยทั่วไปด้วย      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯให้ผ่อนบุตรหมู่ทหารกลับไปเมืองเดิม ส่วนสถานีทหารเรือสัตหีบ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗

ในอดีต บางพระ เคยมีบ่อน้ำร้อน ซึ่งเป็นน้ำร้อนผุดขึ้นจากใต้ดินตามธรรมชาติ ชาวบ้านในสมัยนั้นนิยมไปเที่ยวไปอาบกันมาก เพราะมีความเชื่อถือว่าน้ำร้อนจากธรรรมชาติสามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ แต่ต่อมาบริเวณบ่อน้ำร้อน ได้ถูกสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำ ได้มีการสร้างอาคารคล้ายกระโจม    ที่สร้างครอบบ่อน้ำร้อนบางพระ จึงสูญหายไปกลายเป็นอดีต แต่มีอ่างเก็บน้ำบางพระขนาดใหญ่ขึ้นมาทดแทน และอ่างเก็บน้ำบางพระแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาเลี้ยงชาวชลบุรีจนถึงทุกวันนี้

สถานที่สำคัญซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของชาวบางพระ คือ พระพุทธบาทจำลองวัดบางพระวรวิหาร ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ริมถนนสุขุมวิท ตรงสี่แยกคอเขาในปัจจุบัน เล่ากันว่าสร้างขึ้น  ในสมัยของหลวงพ่อฉิ่ง เจ้าอาวาสเดิมรูปแรกของวัดบางพระวรวิหาร เดิมชาวบ้านถวายที่ตรงนี้ให้หลวงพ่อฉิ่ง  จึงสร้างพระพุทธบาทจำลองขึ้น ถือเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางพระ และตำบลใกล้เคียง และในวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีชาวบางพระ และตำบลใกล้เคียงเดินทางด้วยเท้าหรือเกวียนมานอนพักค้างเพื่อทำบุญ ทีมหรสพครึกครื้น เจ้าอาวาสรูปต่อมาได้บูรณะปรับปรุงสร้างเป็นมณฑป และนำพระธาตุต่างๆมาประดิษฐานไว้ด้วย และกลายเป็นงานประเพณีหารายได้เข้าวัดสืบเนื่องต่อกันมาจนถึงกระทั่งทุกวันนี้

บางพระ มีนิทานพื้นบ้านอยู่หลายเรื่อง ที่นิยมเล่ากันติดปาก คือ เรื่อง "ถ้ำสมบัติ" เล่าว่า เขาฉลาก มีถ้ำหนึ่ง มีสิ่งของเครื่องใช้มากมาย ผู้ใดจะทำบุญหรือจัดงานใหญ่สามารถยืมของใช้ได้จากถ้ำนี้ ครั้นอยู่ต่อมาผู้ยืมไม่นำของไปคืนบ้าง สับเปลี่ยนเอาของดีๆ ไว้เป็นส่วนตัวบ้าง แกถ้ำเลยปิด ยืมของไม่ได้อีกเลย  วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งอยากเห็นถ้ำจึงเดินไปหาถ้ำจนพบ แต่เวลาจะเข้าถ้ำต้องตะแคงตัวเข้าไป   ครั้นเมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่พบสมบัติแต่อย่างใด คงพบแต่งูใหญ่แผ่แม่เบี้ยเฝ้าอยู่ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใคร ได้พบถ้ำนั้นอีกเลย นอกจากวันดีคืนดีจะได้ยินเพลงกล่อมลูก แว่วมาเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ส่วนที่มาของคำว่า "บางพระ" นั้นมีข้อสันนิษฐานกันไปต่างๆ หลายเรื่อง แต่ที่พอมีเค้า แห่งที่มาของคำว่า บางพระ ใกล้เคียงที่สุด คือ เรื่องที่เล่ากันว่า… เมื่อสิ้นฤดูกาล หลังออกพรรษา มีพระธุดงค์จากที่ต่างๆ เดินทางมาปักกลดทำวิปัสสนากรรมบานคราวละมากๆ ทยอย กันมาเป็นกลุ่มๆ มิได้ขาด บางครั้งมาเป็นร้อยๆ องค์ ชาวบ้านพากันมาทำบุญถวายอาหารกันอย่างพร้อมเพรียง เพิ่งมาสิ้นสุดเอาเมื่อไม่นานมานี้ จึงเรียกกันติดแกในหมู่ผู้ที่มาทำบุญว่าเป็นย่านที่มีพระมาก หรือ บ้านบางพระ แล้วกลายมาเป็นบางพระในที่สุด

 

ตราสัญลักษณ์

 

ดวงตราประจำองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ
เป็นรูปเขาพระพุทธบาทบางพระ อ่างเก็บน้ำบางพระ และสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอยู่ภายในวงรี  เป็นการแสดงถึงสถานที่สำคัญของตำบลบางพระ ดังนี้
1.   เขาพระพุทธบาทบางพระ เป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งเป็นสิ่งเคารพบูชาของชาวตำบลบางพระ
2.  อ่างเก็บน้ำบางพระ เป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญ สำหรับผลิตน้ำประปา เพื่อการอุปโภค - บริโภค  ให้กับชาวตำบลบางพระ และจังหวัดชลบุรี 
3.   สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ของประเทศไทยและมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ด้วยแมกไม้นานาพรรณ

 

 

ประวัติ