องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ

"ยกระดับคุณภาพชีวิต แนวคิดพัฒนาการศึกษา นำพาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พิทักษ์สิ่งแวดล้อม"
bangphrachonsao.chonburi
[email protected]
 
ระบบบริหารจัดการ เว็บไซต์โรงเรียน

ข้อมูลสำหรับประชาชน

  โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
   - แผนภูมิโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการตามแผนอัตรากำลัง 3 ปี
   
  ประกาศองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ
   - เรื่อง สรุปผลการดำเนินงานตาม พรบ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาของทางราชการ พ.ศ. 2558 ปี งปม. พ.ศ.2561
   - เรื่อง ประชาสัมพันธ์สรุปผลประเมินการจัดบริการสาธารณะ
   - เรื่อง สรุปผลการดำเนินงานศูนย์รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ อบต.บางพระ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560
   
  ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
   - ประกาศ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ
   - คำสั่ง เรื่อง การแต่งตั้งคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
   - ขั้นตอนการปฏิบัติงานศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์
   
คู่มือสำหรับประชาชน
  ประกาศ เรื่อง คู่มืองานบริการสำหรับประชาชน
สารบัญคู่มือสำหรับประชาชน
1. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ)
  2. การขออนุญาตเคลื่อนย้ายอาคาร
  3. การขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งตลาด
  4. การขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร
  5. การขอต่อใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ
  6. การขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  7. การขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป
  8. การขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล
  9. การขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป
  10. การขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บและขนสิ่งปฏิกูล
  11. การขอใบอนุญาตจัดตั้งตลาด
  12. การขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตร
  13. การขอใบอนุญาตจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ
  14. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  15. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดมูลฝอยทั่วไป
  16. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูล
  17. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บและขนมูลฝอยทั่วไป
  18. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการรับทำการเก็บและขนสิ่งปฏิกูล
  19. การขอรับการสงเคราะห์ผู้ป่วยเอดส์
  20. การขอรับเงินช่วยพิเศษ (กรณีข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นถึงแก่กรรม)
  21. การขอรับบำเหน็จตกทอด (กรณีลูกจ้างประจำผู้รับบำเหน็จรายเดือนหรือบำเหน็จพิเศษรายเดือนถึงแก่กรรม)
  22. การขอรับบำเหน็จปกติของทายาท (กรณีลูกจ้างประจำของ อปท. ถึงแก่กรรม)
  23. การขอรับบำเหน็จปกติ หรือบำเหน็จรายเดือนของลูกจ้างประจำของ อปท..
  24. การขอรับบำเหน็จพิเศษของลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวของ อปท.
  25. การขอรับบำเหน็จพิเศษของทายาท (กรณีลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวของ อปท. ถึงแก่กรรมอันเนื่องจากการปฏิบัติในหน้าที่)
  26. การขอรับบำเหน็จพิเศษรายเดือนของลูกจ้างประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  27. การขอหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พื้นที่ไม่เกิน 200 ตารางเมตร
  28. การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร
  29. การขออนุญาตดัดแปลง หรือใช้ที่จอดรถที่กลับรถ และทางเข้า-ออกของรถ
  30. การขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารตามาตรา 33
  31. การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ่นส่วนสามัญ คณะบุคคล และกิจการร่วมค้า
  32. การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
  33. การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
  34. การจดทะเบียนพาณิชย์ (ตั้งใหม่) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่ประกอบพาณิชยกิจชนิดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
  35. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลียนแปลงรายการจดทะเบียน) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล และกิจการร่วมค้า
  36. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
  37. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
  38. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด
  39. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
  40. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดา
  41. การจดทะเบียนพาณิชย์ (เลิกประกอบพาณิชยกิจ) กรณีผู้ขอจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนจำกัด) บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด
  42. การแจ้งก่อสร้างอาคารตามมาตรา 39 ทวิ
  43. การแจ้งขุดดิน
  44. การแจ้งเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 39 ทวิ
  45. การแจ้งดัดแปลงอาคารตามมาตรา 39 ทวิ
  46. การแจ้งถมดิน
  47. การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน
  48. การยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ตามมาตรา 21
  49. การยื่นขออนุญาตรื้อถอนอาคาร ตามมาตรา 22
  50. การรับชำระภาษีบำรุงท้องที่ ตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508
  51. การรับชำระภาษีป้าย ตามพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510
  52. การรับชำระภาษีโรงเรือนและที่ดิน ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475
  53. การรับนักเรียนเข้าเรียนระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วท้องถิ่น
  54. การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยความพิการ
  55. การลงทะเบียนและยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
  56. การออกใบรับรองการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 32
  57. การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน
  58. คู่มือการขอต่ออายุใบอนุญาต
  59. คู่มือการขอเปลี่ยนผู้ควบคุมงาน
   
   หลักธรรมาภิบาลในองค์กร

ความหมายของธรรมาภิบาล

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ให้ความหมาย “ธรรมาภิบาล” ไว้ว่า หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี เป็นแนวทาง สำคัญในการจัดระเบียบให้สังคมรัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งครอบคลุมถึง ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายราชการ และฝ่ายธุรกิจ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มี ความรู้รักสามัคคีและร่วมกันเป็นพลัง ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนเสริม ความเข้มแข็งหรือสร้างภูมิคุ้มกันแก่ประเทศ เพื่อบรรเทาป้องกันหรือแก้ไขเยียวยาภาวะ วิกฤติ ภยันตรายที่หากจะมีมาในอนาคต เพราะสังคมจะรู้สึกถึงความยุติธรรม ความโปร่งใส และความมีส่วนร่วม อันเป็นคุณลักษณะสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการปกครอง แบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข สอดคล้องกับความเป็นไทย รัฐธรรมนูญ และกระแสโลกยุคปัจจุบัน 

ความสำคัญของธรรมาภิบาล

ธรรมาภิบาล เป็นหลักเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง การบริหาร การจัดการการควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี สามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานธรรมาภิบาล เป็นหลักการที่นำมาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย เพราะ ช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทำให้ผลประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้นขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทำให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้น ๆ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทำธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ 

ลักษณะของธรรมาภิบาล

ลักษณะเงื่อนไขของหลักธรรมาภิบาล มีหลักสำคัญ 6 ประการ ดังนี้

1.  หลักการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Public Participation) คือ กระบวนการที่ประชาชนมีโอกาสและมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน (Equity) ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าร่วมทางตรงหรือทางอ้อม โดยผ่านกลุ่มผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชานโดยชอบธรรม

2.  หลักความสุจริตและโปร่งใส (Honesty and Transparency) คือ กลไกการบริหารที่มีความสุจริตและโปร่งใส ซึ่งรวมถึงการมีระบบ กติกา และการดำเนินงานที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา ประชาชนสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างเสรี เป็นธรรม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ซึ่งหมายถึง การที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานกำกับดูแลและประชาชนสามารถตรวจสอบและติดตามผลได้

3.  หลักพันธะความรับผิดชอบต่อสังคม (Accountability) คือ ความรับผิดชอบในบทบาทภาระหน้าที่ที่มีต่อสาธารณชน โดยมีการจัดองค์กรหรือการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เป็นการดำเนินงานเพื่อสนองตอบความต้องการของกลุ่มต่างๆ ในสังคมอย่างเป็นธรรม ในความหมายนี้ มีความหมายที่มากกว่าความรับผิดชอบเฉพาะต่อผู้บังคับบัญชาหรือกลุ่มผู้เป็นฐานเสียงที่ให้การสนับสนุนทางการเมือง

4.   หลักกลไกการเมืองที่ชอบธรรม (Political Legitimacy) คือ เป็นกลไกที่มีองค์ประกอบของรัฐบาลหรือผู้ที่เข้าร่วมบริหารประเทศที่มีความชอบธรรม เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมโดยส่วนรวมไม่ว่าจะโดยแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง

5.    หลักเกณฑ์ที่ยุติธรรมและชัดเจน (Fair Legal Framework and Predictability) คือ กรอบของกฎหมายที่ยุติธรรมและเป็นธรรมสำหรับกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม ซึ่งกฎเกณฑ์มีการบังคับใช้และสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกฎเกณฑ์ที่ชัด ซึ่งคนในสังคมทุกส่วนเข้าใจ

6.    หลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efciency and Effectiveness) คือ เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดกระบวนการทำงาน การจัดองค์กร การจัดสรรบุคลากร และมีการใช้ทรัพยากรสาธารณะต่างๆ อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีการดำเนินการให้สาธารณะที่ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ และกระตุ้นการพัฒนาของสังคมทุกด้าน (ด้านการเมืองสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ)

บริการประชาชน